“ทำไมไกลอย่างงี้อะพี่จินฮวาน”

                “อีกนิดเดียวครับคุณหนู”  นิดเดียวของพี่จินฮวานนี่มันกี่กิโลนะ  บอกนิดเดียวมาสามรอบแล้วยังไม่ถึงซักที

                “อดทนหน่อยสิ  ถือว่าเดินเล่นแล้วกันน่า”         

                “จียงไม่ได้ถือของแบบเทมนี่”

                “งั้นเอามาสิ  เดี๋ยวถือให้” หนอย เวลาเหนือ่ยเวลาง่วงนี่แสดงตัวตนออกมาตลอดอะ  บ่นเข้าไป

                “เทมถือเอง  ให้จียงถือได้ไงเล่า” 

                “แล้วจะบ่นทำไม  รีบเดินเข้า เดี๋ยวมืดแล้วผีจะออกมานะ  รู้รึป่าวว่าต่างจังหวัดอะผีเยอะ”

                “ไม่จริง” 555 ดูดิลิงกลัวผี  ตลกชะมัด 

                “พูดเป็นเล่นไปครับคุณหนูจียง  เดี๋ยวผีก็มาจริงๆหรอก”  จินฮวานกดเสียงให้เบาเป็นเสียงกระซิบ

                “มีจริงเหรอฮะพี่จินฮวาน”

                “.....คับ  เรารีบเดินดีกว่า”  หน้าตาผวาของทั้งสองคนทำเอาจินฮวานแอบยิ้ม  หึๆ แหมทีอย่างงี้ล่ะจูงมือกันเดินเชียวนะ เมื่อกี้ยังเถียงกันอยู่เลย

                “จียงอะ  เห็นมั้ยพูดอะไรก็ไม่รู้”

                “ก็ไม่รู้นี่  ขอโทษๆๆ”    

                “พี่จินฮวานฮะเมื่อไหร่จะถึง”  ซึงฮยอนเริ่มกังวล เพราะตอนนี้พระอาทิตย์ก็เกือบจะลับฟ้าอยู่แล้ว  มันมืดลงเรื่อยๆแล้วนะ

                “อีกนิดเดียวครับ”  มันจะไม่ไกลได้ไงเล่าก็เค้าพาอ้อมขนาดนี้  หุหุ

                “...........”

                “ถึงแล้วครับ  วางของตรงนี้แหละฮะ”  ซึงฮยอนวางถังลงตามที่จินฮวานบอก 

                “แล้วพี่จินฮวานจะไปไหนอะ” ซึงฮยอนรีบถามทันทีเมื่อคนขับรถของเค้ากำลังจะเดินจากไป  ตรงนี้เป็นท่าเรื่องที่มันเหมือนจะร้างๆ  ทำไมไม่มีคนอะ...เรือที่จอดอยู่ก็ดูน่ากลัวมากนะ

                “รอตรงนี้แหละครับ  เดี๋ยวพี่ไปถามว่าวันนี้มีปลารึเปล่า”

                “ฮะ”  พี่จินฮวานจากไปแล้ว เสียงลมตอนนี้มันดังกว่าเสียงอะไรทั้งหมดเลย  ซึงฮยอนจับมืออีกคนไว้ซะแน่น  ฟ้าเริ่มมืดแบบนี้  เค้าไม่ชอบที่ตรงนี้เลยแฮะ

                “เทม  จียงกลัว” คนตัวเล็กเริ่มเบียดตัวเข้ามา ที่กว้างๆโล่งๆมืดๆร้างๆแบบนี้มันทำใจยืนอยู่ยากนะ

                “ไม่ต้องกลัวนะ”  มือใหญ่โอบกอดอีกคนไว้  อดทนไว้ อดทน จียงกลัวนายต้องไม่กลัวนะชเวซึงฮยอน

                “..........”  จียงพยายามซุกหน้ากับอกของคนรัก  ถ้าผีมาเค้าจะได้ไม่เจอ...ปลอดภัยไว้ก่อน

                “..........”  ส่วนอีกคนก็มองรอบตัวอย่างระแวง  อย่าออกมาตอนนี้นะครับคุณผี  ผมยังไม่พร้อม   ผมมีแฟนตัวเล็กที่ต้องปกป้อง  ถ้าออกมาผมก็จะกลัวเหมือนกันนะ  เดี๋ยวไม่มีคนปลอบจียง...

               

                ในอีกมุมของท่าเรือ  จินฮวานนั่งดูดบุหรี่อย่างสบายใจ  รอหมดมวนนี้ค่อยออกไปหาคุณหนูแล้วกัน  จะได้ถ่วงเวลาไว้นานๆหน่อย  กอดกันกลมเลย ท่าจะกลัว  คึๆ

                “เจ้านายแกมาเที่ยวอะไรที่นี่นะ  ไม่เห็นมีอะไรพิเศษเลย”ญาติของจินฮวานถามขึ้นขณะที่กำลังจัดปลาสำหรับใช้เป็นอาการเย็นของแขกที่มาเยือน

                “ความธรรมดามั้งที่พิเศษอย่าสนใจเลย  คนรวยก็แบบนี้แหละ”  จะแปลกอะไร ขนาดสวนที่บ้านพวกคุณเท็ดดี้ยังนัดกันไปเที่ยวมาแล้วเลย  ประสาอะไรกับที่ห่างไกลแบบนี้

                “หึๆ แล้วไอ้หนูสองคนนั่นแกจะปล่อยไว้อย่างงั้นเหรอวะ  ท่าจะร้องไห้แล้วนะไอ้ตัวเล็กๆนั่นน่ะ”

                “ไม่เป็นไรหรอก  คุณหนูจียงมีคนดูแล  เดี๋ยวพี่ช่วยยกปลาพวกนี้ออกไปหน่อยนะ”

                “อืม  สบายมากไอ้น้องชาย”

                ...............................................................

                ..............................................................................

                “เมื่อไหร่พี่จินฮวานจะมา”

                “ไม่รู้สิ  ไม่ต้องกลัวนะ มีเทมทั้งคน”

                “นั่นแหละที่จียงห่วง”

                “โถ่  จียงคิดว่าเทมปกป้องจียงไม่ได้รึไง”

                “ก็เทมมือสั่นอะ  กลัวใช่มั้ยล่ะ”

                “ก็...มันหนาวต่างหากเล่า”

                “เหรอ”

                “จียงอะ”  โถ่ มันไม่เท่เลยนะที่ต้องมาเสียฟอร์มต่อหน้าแฟนตัวเองแบบนี้

                “.........”  โถ่เอ้ยเจ้าลิงยัก  หัวใจเต้นแรงขนาดนี้ไม่รู้เลยมั้งเนี่ยว่ากลัว  แขนเล็กกระชับกอดให้แน่นขึ้น  อกของเทมน่าซบที่สุดเลย

                “พี่จินฮวานมานู่นแล้ว”

                “โล่งไปที  จะได้ไปจากตรงนี้”  พี่จินฮวานเดินมากับผู้ชายอีกคน  ท่าทางจะเป็นชาวประมงมั้ง  ดูกรำแดดขนาดนั้น

                “รอนานมั้ยคับคุณหนู”

                “มากอะ  หนาวจะแย่แล้วฮะ”

                “ขอโทษทีครับ  พอดีปลาเพิ่งขึ้นจากเรือ  นี่ญาติผมครับ”

                “หวัดดีฮะ โห  ปลาตัวใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย”ร่างสูงชะโงกดูในถังเหล็ก เคยเห็นแต่ที่เป็นชิ้นๆมาแล้ว ไม่เคยเห็นตัวเป็นๆแบบนี้เลย

                “กลับกันเถอะฮะพี่จินฮวาน”  จียงถูมือไปมา อากาศตอนนี้หนาวเกินไปแล้ว

                “ครับ  ไปแล้วนะพี่ “

                “อืม”

                “ผมช่วยยกฮะพี่จินฮวาน”  ซึงฮยอนอาสาช่วยถือ  ส่วนคนตัวเล็กได้แต่เกาะชายเสื้อของคนรัก  ไม่ได้จูงมือ จับไว้ก็อุ่นใจน่า

 

                เดินมืดๆแบบนี้แย่เหมือนกันแฮะ ไม่ว่าเสียงอะไรแปลกๆจียงก็ตกใจไปซะหมด งืมมม ทำไมที่นี่พอมืดค่ำหน่อยเค้าก็ปิดบ้านเงียบเชียบกันหมดเลยนะ น่าแปลกที่ตอนกลับดูเหมือนจะใกล้กว่าตอนไปเยอะเลย  ทางเข้าบ้านอยู่ไม่ไกลจากนี้แล้ว  ทั้งสามคนเดินจนเข้ามาถึงลานเล็กๆหน้าบ้านก่อนจะวางถังปลาลงที่พื้น

                “เอาล่ะ  เดี๋ยวพี่มานะคับ  ไปเอาอุปกรณ์ก่อนนะ”

                “ฮะ”  ทำไมบ้านเงียบอย่างงี้เนี่ยมีแต่โคมไฟสีส้มๆที่เป็นแสงสว่างอยู่ดวงเดียวในบ้าน

                “เงียบจังเลยอะเทม”

                “นั่นสิ  หรือเค้าหลับกันหมดนะ  สงสัยวันนี้จะเดินทางกันเหนื่อยมั้ง”

                “คงงั้น”  จียงนั่งลงดูปลาใกล้ๆ  หน้าตาประหลาดดีแฮะ  ก่อนที่นิ้วเล็กๆจะลองจิ้มดู

                “แล้วเราจะทำไงกับมันเนี่ย”

                “พี่จินฮวานคงทำเป็นมั้งเนอะ”

                “ก็หวังว่าอย่างงั้นอะนะ”

                “คุณหนูครับ  ช่วยพี่หน่อย” จินฮวานยกเครื่องครัวออกมาเยอะแยะ ท่าทางทะมัดทะแมงนั่นทำให้ซึงฮยอนวางใจ อย่างน้อยคงมีอาหารเย็นดีๆกินบ้างล่ะน่า

                “เราจะทำไรกับมันดีฮะ  แล้วคนอื่นเค้าไปไหนกันหมด”

                “สงัสัยไปเดินเล่นมั้งคับ  คุณเท็ดดี้บอกว่าให้จัดการอาการเย็นไว้เลย  เราคงต้องช่วยกันแล้วล่ะ”

                “....ฮะ” 

                “คุณหนูจียงช่วยเอานี่ไปล้างที่นะฮะเราจะทำผัดผัก  แล้วคุณหนูจัดการปลาด้วย  เราจะเอามันมาย่างเกลือ  พี่ตามพวกคุณๆก่อนนะ  ทำรอเลยนะคับเดี๋ยวพี่มา”พี่จินฮวานสั่งแล้วก็เดินไปเลย  ยังไม่ทันบอกด้วยซ้ำว่าทำยังไง...เอาไงล่ะทีนี้

                “จียง....”

                “ไม่ต้องเลย  พี่จินฮวานสั่งเทมนะ  จียงมีหน้าที่ล้างผักพวกนี้แล้ว”  คนตัวเล็กยกตะกล้าผักไปที่ก๊อกน้ำใกล้ๆ  ซึงฮยอนเลยได้แต่มองปลาในถังตาปริบๆ  ทำไงอะทำไง บอกหน่อยได้มั้ย

                “......ปลาย่าง....” ซึงฮยอนพยายามนึกหน้าตาปลาย่าง..กินล่าสุดนี่ตอนไปเที่ยวญี่ปุ่นกับโรงเรียน  มันก็เป็นปลาทั้งตัว  ...แล้วไงเนี่ย  ไม่เห็นต้องทำไรเลยนี่ 

                “อ๊ากกก”มือใหญ่ล้วงลงไปในถังจะจับปลามาดูซักหน่อยว่าตัวมันเป็นยังไง  ปลากลับกระโดดขึ้นมาเพราะตกใจ  ทำเอาร้องเสียงหลงเลยทีเดียว

                “เทมเป็นไร”

                “เปล่า  ปลามันกระโดดอะ  เทมตกใจ” ปลาบ้าเอ้ย  ดิ้นแบบนี้จะจับไงเนี่ย  ...อ่อ..ต้องทำให้ตายก่อน ...มันถึงจะอยู่นิ่งๆ.....

                “............”  ขอโทษนะปลา มันจำเป็นน่ะ มือใหญ่ปัดให้ถังล้มลงก่อนที่ปลาจะไปนอนแอ้งแม้งบนพื้น  ดิ้นอยู่สองสามทีก่อนจะนิ่งไป  เห็นแต่เหงือกขยับขึ้นลงเบาๆ......

 

 

                “..............”  เหงือกขยับเบาลงทุกที  งืมมม สงสารอะ ร่างสูงรีบคว้าปลาใส่ลงในถังตามเดิมก่อนจะไปเติมน้ำ 

                “เทมทำอะไร”

                “ก็...ปลามันจะตายอะ   เทมว่าเรากินผัดผักก็พอมั้ง  เทมทำไม่เป็นอะ”

                “..............”  จียงมองสีหน้ายุ่งยากใจของคนรักขำๆ  แหงล่ะคุณหนูอย่างเทมทำได้ก็บ้าแล้ว  พี่จินฮวานคิดอะไรนะให้เทมเป็นคนทำปลาเนี่ย

                “ไม่ตลกนะ  ยิ้มอะไร”

                “เปล่า  จียงแค่เห็นด้วยกับเทม  งั้นเรามาช่วยกันทำผักพวกนี้ดีกว่า”

                “คับ”  ค่อยยังชั่วหน่อย  ผักพวกนี้ดูเป็นมิตรกว่าเยอะ

                .........................................................................................

                .................................................................

                “เราจะได้กินข้าวกันมั้ยเนี่ย”เบ็กกี้บ่นๆเห็นหลานชายไม่ได้เรื่องเอาซะเลยเลย ขำเกือบตายวิธีฆ่าปลาของมัน แถมล้มแหลวอีก

                “เอาน่า  เรามีมาม่าสำรอง” แทบินตบไหล่เพื่อนเชิงปลอบ 

                “ทำแบบนี้จะดีเหรอครับคุณพี่ดูลำบากจัง” คุณพ่อดีเด่นอย่างเท็ดดี้อดห่วงไม่ได้ บอกแล้วไงว่าความลำบากของลูกมันทำเค้าอึกอัด

                “นายนี่สปอยจนเจ้าเทมมันไม่ได้เรื่องน่ะสิ  ดูดิ๊ทำไรไม่เป็นซักอย่าง”คุณควอนกอดอกมองเท็ดดี้อย่างตำหนิ 

                “อย่าห่วงเลยจ๊ะฮงจุน  ให้พวกเค้าได้ลองทำอะไรเองดูบ้าง” แบบฝึกหัดวันนี้เป็นการเอาตัวรอดจากการไม่มีคนรับใช้ของซึงฮยอนว่าที่ลูกเขยของพวกเค้า  ตอนนี้พวกเค้าเผ้าดูทั้งสองคนผ่านมอนิเตอร์ที่บ้านของพี่ชายจินฮวาน ต้องขอบคุณเบ็กกี้ที่อุตส่ามาเตรียมการไว้รอ 

                “แต่ใจดีเหลือเชื่อนะลูกนายอะ  เห็นหน้าร้ายขนาดนั้น”

                “เค้าเป็นคนอ่อนโยนฮะ  แล้วนี่เราจะกลับไปบ้านโน้นตอนไหนฮะเนี่ย”

                “ตอนข้าวเสร็จหมดไง”

                “ถ้ามันล้มเหลวล่ะฮะ”

                “ก็กินมาม่าแบบที่แทบินว่าไง  แล้วฉันจะหักคะแนนลูกนาย”
                “......คุณพี่อะ”  ....ไม่ชอบเลยแบบนี้  ลูกชายเค้ากำลังลำบากอะ

                “....................” จินฮวานกับพี่ชายได้แต่นั่งจิบเบียมองเจ้านายทั้งหลาย  คนรวยนี่ประหลาดจริงๆเว้ย

                ....................................................................

                ..............................................................................................

                “เทมทำแบบนี้สิ  หั่นสไลด์ๆแบบนี้ง่ายกว่านะ”

                “คับ”ผักต่างๆถูกหั่นเกือบหมดแล้ว  หน้าตาก็แตกต่างกันไปตามการสรรค์สร้างของซึงฮยอน

                “ดีนะมีข้าวสวยแล้ว  ไม่ต้องเสียเวลาหุงอีก”

                “อืม  แล้วผัดผักจะทำไงอะ  ไม่มีเตาเลยนะ”

                “โน่นไง” ซึงฮยอนมองตามนิ้วเล็กๆไปเห็นเป็นเหมือนถังใบนึง  หน้าตาไม่เหมือนเตาเลยนะ

                “เตาถ่านน่ะ  เทมเคยไปแคมป์ป่ะ  ต้องก่อไฟอะ”

                “ก่อไฟ....เอาไม้ถูกันน่ะนะ”

                555 ไม่ขนาดนั้นหรอกน่า  นี่ไงมันมีไม้ขีด  เทมทำได้มั้ย หรือจะให้จียงทำ”

                “เทมทำสิ  จียงรอผัดผักเถอะ”  มือใหญ่วางมีดลง  รับกล่องไม้ขัดจากคนรักไป

                “สู้ๆนะ  ยกมาตรงนี้ก็ได้”

                “คับ...อึ๊บ  โหย หนักเหมือนกันนะเนี่ย.....”

                “ใส่ไม้ไปก่อนนะ”

                “เทมรู้น่า  แต่มันต้องมีน้ำมันราดไม่ใช่เหรอ  มันจะติดได้ไง”  ใช่ มันต้องมีน้ำมันราด ตอนไปแคมป์จุดพรึบเดียวก็ติดแล้ว วิธีโกงที่ไม่ต้องเอาไม่ถูกกันไง เวลาอาจารย์มาตรวจไฟก็ติดแล้ว

                “แต่ตอนนี้ไม่มีอะ  ลองดูก่อนแล้วกัน”

                “อืม...”  เริ่มจากเอาไม้ใส่ก่อน  แล้วจุดไม้ขีด....มือใหญ่จุดก้านไม้ขีดแล้วทิ้งลงไปในกองไม้...แต่พักนึงก้านไม้ขีดก็หมดแล้วดับไป 

                “อ้าว”

                “ดับซะแล้ว  ทำไงดี” จียงชะโงกไปดูในเตา 

                “........ลองใหม่แล้วกัน” 

                “ดับอีกแล้ว”

                “อ๋อ  นึกออกแล้ว มันต้องมีเชื้อเพลงด้วย”  ร่างสูงวิ่งไปเก็บใบไม้แห้งแถวๆนั้นมาใส่ไปใต้กองไม้ก่อนจะจุดอีกครั้ง

                “ว้าวว  เทมเก่งจัง”

                “แน่นอนอยู่แล้ว  เรื่องแค่นี้เอง”  ไฟเริ่มจะลุกโชนขึ้นทีล่ะน้อยแล้ว  ท่าทางเจ้าตัวจะภูมิใจไม่น้อยเลย

                “ผัดเลยแล้วกันเนอะ”

                “อืม เดี๋ยวเทมหยิบกระทะให้”

                สองคนช่วยกันผัก  ทุลักทุเลนิดหน่อยก็ตรงที่มันไม่ใช่ในครัวอย่างที่จียงคุ้นเคย  ส่วนเทมยิ่งแล้วใหญ่เลย ลำพังหั่นผักยังออกมาไม่ค่อยจะเป็นผักเท่าไหร่เลย  เรื่องทำกับข้าวไม่ต้องพูดถึง

                “โอ้ย”

                “จียง!! ไหนดูซิ”  มือเล็กๆแดงเพราะถูกน้ำมันกระเด็นใส่ 

                “ไม่เป็นไร  นิดเดียวเอง เทมเทใส่จานทีควันขึ้นแล้วเดี๋ยวไหม้”

                “คับๆ”  ร่างสูงจัดการเทผัดผักใส่จาน  หน้าตาแปลกๆแฮะ  แต่เอาเถอะ ช่างมันก่อนตอนนี้จียงกำลังเจ็บ

                “.............”

                “ไหนดูซิ  แดงเลย” ปากบางหยักเป่าให้ทุเลาจากการแสบร้อน 

                “ไม่เป็นไรแล้ว  ไปจัดการกับข้าวต่อไป  ทำไข่เจียวเพิ่มดีกว่า”

                “เทมทำเองจียงมือเจ็บ”

                “เอางั้นเหรอ...ระวังนะ”

                “คับ”  ซิงฮยอนตอกไข่ใส่ถ้วยตามขั้นตอน  มีจียงคอยกำกับอยู่คงออกมาเป็นไข่เจียวแหละนะ

                “ตีให้เข้ากันปรุงด้วย...  ระวังหกนะ เอาล่ะได้แล้ว...รอน้ำมันร้อนแล้วเทลงไป”

                “เหวอออ!!”  ไข่เจียวฟูฟ่องอยู่ในกระทะ  ทำเอาคนทอดมือสมัคเล่นตื่นตาตื่นใจไม่น้อย  ท่าทางเก้ๆกังๆนั่นอีก  จะรอดมั้ยเนี่ยเจ้าลิงยักเอ้ย

                “เทมพลิกสิเดี๋ยวไหม้”

                “ทำไงอะ”

                “ก็กลับด้านอะ  เร็ว ๆ”

                “....อึ๋ย...”  ไข่เจียวถูกกลับด้านสำเร็จ แม้มันจะขาดๆไม่เป็นแผ่นเดียวกันอย่างที่ควร  แต่อย่างน้อยก็ไม่ไหม้ล่ะน่า

                “ไม่เป็นไรๆ  ยังไงก็ดูเป็นไข่เจียวเนอะ  เอาใส่จานเลย” คนตัวเล็กให้กำลังใจ  เอาน่า  ก็ไม่แย่ซะทีเดียวหรอก

 

                “เฮ้อออ  เหนื่อยแล้วอะ ทำไมพี่จินฮวานไม่มาซักที” หน้าหล่อม่อยลง ขนาดหนาวอย่างงี้ยังเห็นเหงื่อผุดเป็นเม็ดๆเลย

                “บ่นจริงๆ  เราก็ทำเสร็จหมดแล้วนี่  ปลาก็ ไม่ต้องทำแล้วกัน”

                “อืม” ทั้งสองคนนั่งมองปลาในถังที่วันนี้มันคงจะดีใจที่รอดตัวไป  ไม่ถูกจับลงย่างบนเตา  โชคดีนะที่แกมาเจอพวกฉัน...เจ้าปลา

                “โห  หอมอะไรนะลอยมาถึงนี่เลย”  เสียงเท็ดดี้ดังมาจากรั้วหน้าบ้าน

                “ป๋ากลับมาแล้ว” ร่างสูงลุกขึ้นยืนท่าทางตื่นเต้น  ก่อนที่ทุกคนจะทยอยกันเข้ามา

                “โห  กับข้าวเสร็จแล้วแฮะ  ไปเดินเล่นแป็ปเดียวเอง”เบ็กกี้ก้มลงสูดกลิ่นอาหารจานโตที่ถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อย

                “แป็ปเดียวอะไรล่ะฮะ  ผมนึกว่าจะกลับกันมาพรุ่งนี้ซะอีก”

                “ทำไมวะไอ้หนู  พวกฉันไปเดินเล่นบ้างมันจะทำไม”  คุณควอนแกล้งดุว่าที่ลูกเขยที่ท่าทางอารมไม่คอ่ยดี  คงยุ่งวุ่นวายน่าดูสินะไอ้คุณหนูอย่างนายน่ะ

                “เปล่าฮะ”

                “งั้นทานข้าวกันดีกว่าเนอะ  กำลังร้อนเลย” คุณนายควอนนั่งลงที่โต๊ะเตี้ยๆ  มีจียงนั่งอยู่ก่อนแล้ว  ลูกชายที่น่ารักเลยลงมือตักข้าวแจกทุกคน

                “เชิญนั่งครับคุณพี่”

                “แล้วอาแทบินกับพี่จินฮวานไปไหนล่ะฮะ”

                “อ๋อ  อยู่กินเบียกับญาติจินฮวานน่ะ  คงค้างบ้านโน้นมั้ง  หนูมานั่งได้แล้วมา”

                “ฮะ”  รู้สึกสังหรณ์ใจจังเลยแฮะ  เหมือนมีบางอย่างกำลังเกิดขึ้นแบบที่เค้าไม่รู้ว่ามันคืออะไร

                “ไข่เจียวนี่ใครทำเนี่ย  น่าทานจังเลย” คุณพ่อหันมาถามลูกชาย เห็นทำท่าคิดอย่างงั้น สงสัยอะไรอยู่รึเปล่า ต้องรีบเบนความสนใจ

                “ผมฮะ  เก่งใช่มั้ยล่ะ”  การเบนความสนใจสำเร็จอย่างสวยงาม  ลูกชายหันมาอวดคุณพ่อยกใหญ่ 

                “เก่งคับ  ไหนป๋าลองชิมก่อนดีกว่า  อร่อยรึเปล่าเนี่ย”

                “หึ  แค่ไข่เจียว แถมเป็นชิ้นส่วนแบบนี้  ไม่ได้เรื่อง...” คุณควอนขัดคอสองพ่อลูกที่ดูมันจะโอ๋กันเกินไปแล้ว

                “แต่รสชาติก็โอเคนะฮะคุณพี่  ครั้งแรกก็ถือว่าดีแล้วนะลูก”

                “ฮะ” 

                คุณควอนส่ายหน้าเอือม  ฉันไม่โทษไอ้เด็กนี่แล้ว  แต่เป็นแกมากกว่าฮงจุน  ลูกมันถึงได้ทำอะไรไม่เป็นแบบนี้ลูกเขยเค้าเสียคนหมด

                อาหารทำเองรสชาติไม่เลวเลยสำหรับมื้อนี้  คงเพราะด้วยอะไรหลายๆอย่าง  ทั้งสมาชิก บรรยากาศแล้วไหนจะพ่อครัวทั้งสองคนอีก ผัดผักกับไข่เจียวเลยหมดเกลี้ยงอย่างเหลือเชื่อ  จนตอนนี้เบ็กกี้ลงไปเอนหลังบนพื้นลูบพุงสบายใจไปแล้ว

                “ไอ้หลาน  มื้อเย็นวันนี้ใช้ได้ว่ะ  เหลือเชื่อชะมัด”

                “แน่อยู่แล้วฮะ  ก็ผมกับจียงเป็นคนทำนี่นา”

                “เหรอ  งั้นนายก็จัดการล้างจานต่อด้วยเลยนะไอ้หนู”  คุณควอนวางช้อนลง ส่งยิ้มชนะเลิศไปหาว่าที่ลูกเขยที่ยิ้มค้างไปแล้ว  อากาศแบบนี้ ล้างจากมือก็แข็งหมดน่ะสิ ที่นี่ไม่มีน้ำอุ่นหรือระบบบอยเลอร์อะไรแน่ๆ

                “คุณพี่คับ  ไม่ต้องหรอกเดี๋ยวจินฮวานมาจัดการ  พวกเราไปเตรียมที่นอนกันดีกว่านะ” 

                “ฮงจุน”

                “ก็ได้ฮะ”

                “จียงห้ามช่วยนะ  ดูซิว่างานง่ายๆแค่นี้จะทำได้รึปล่า”

                “พ่อฮะ”  จียงอดสงสารเทมไม่ได้  มันหนาวมากนะ

                “ทำได้ฮะ  แค่ล้างจานเองสบายมาก” 

                “จียงยกไปให้นะ”  คนตัวเล็กช่วยเก็บจานให้  ปากเก่งจริงๆ ไอ้ลิงเผือกเอ้ย

                เท็ดดี้ได้แต่มองตามลูกชายตาปรอย อ่า...ป๋าไม่สามาถช่วยหนูได้อีกแล้ว....อึดอัดๆๆๆๆๆเมื่อไหร่จะถึงคืนพรุ่งนี้นะ

                .........................................................................
                ......................................................

                “จียงช่วยนะ”

                “ไม่ต้องๆ  เทมทำเอง เดี๋ยวมือเย็นหมด”

                “เอางี้ดีกว่า  เดี๋ยวจียงไปต้มน้ำร้อนมาให้  จะได้ทำน้ำอุ่นไง  จะได้ไม่หนาวมือ”

                “ไม่เลวแฮะ  แต่เดี๋ยวเทมทำเอง  จียงไปพักเถอะ”

                “ไม่เอา  งั้นอยู่เป็นเพื่อนนะ”

                “ก็ได้ ดีเหมือนกัน  นั่งล้างจานไปมองหน้าจียงไป  ก็โอเคนะ ดูท่าจะมีความสุขดี”

                “หึๆ  ยิ้มเข้าไป ไม่รู้รึไงว่าตัวเองถูกแกล้งอยู่”

                “รู้สิ  แต่ แค่ล้างจานน่า  เทมไม่ตายหรอก”  มือใหญ่ยกน้ำขึ้นตั้งบนเตาที่ไฟเหลือน้อยเต็มที

                “เก่งจริงๆเลย  เอารางวัลมั้ย”  จียงยิ้มให้อีกคนอย่างน่ารัก  ถ้าเปรียบกับปืน  มันคงเป็นไรเฟิลที่ยิงเข้าเป้าอย่างแม่นยำแล้วตายในนัดเดียวได้เลย

                “พูดแบบนี้อีกแล้ว  เดี๋ยวจะโดน”

                “กลัวไม่ไหวแล้ว  คิกๆ”

                “มารับโทษเลยนะ”  ร่างสูงจำต้องลุกขึ้นเดินเข้าไปหาจนได้  มาหัวเราะคิกคักด้วยหน้าตาเขินๆแบบนั้น  ถ้าหวังว่าจะรอดคงยากล่ะ

                “จะลงโทษยังไง”  แน่ะ ยังมาลอยหน้าลอยตาถามอีก จับมากอดแรงๆให้ตายคาอกไปเลยดีมั้ย จมูกโด่งกดแรงๆที่แก้มไปหลายที   หมั่นเขี้ยว..รู้ว่ารักยังจะมายั่วให้คลั่งอีกนะตัวเล็ก

                “น้ำเดือดแล้วนะ” 

                “จูบเทมก่อนสิแล้วจะปล่อย”

                “ไม่จูบ  ไม่ปล่อยก็กอดไว้อย่างงี้แหละ”  ดูสิเวลาจียงเกเรมันน่าหยิกขนาดไหน  จียงไม่เคยกลัวคำขู่ของเค้าเลยซักอย่าง  โอเค๊ไม่จูบก็ไม่จูบ  เทมจูบเองก็ได้

                “งั้นถ้าเทมจูบนานอย่ามาบ่นแล้วกันนะ” 

                “จานน่ะจะล้างถึงพรุ่งนี้เลยมั้ย  จียงเข้าบ้านได้แล้ว  มาเตรียมที่นอนให้พ่อหน่อย”เสียงที่ดังมาจากประตูทำเอาสองคนต้องสะดุ้ง หนอยๆ ใช้ให้ล้างจานนี่ถือเอาเป็นโอกาสมาสวีตกันเลยนะ

                “ฮะ”คนตัวเล็กจำต้องเดินตามคุณพ่อเข้าไป ไม่วายหันมาแลบลิ้นยั่วโมโหอีกคนเป็นการทิ้งทวน

                “.....จำไว้นะตัวเล็ก  แค้นนี้อีกอีกสิบปียังไม่สายเลย  หึๆ” คุณพ่อตาก็อีกคน  กีดกันจั๊ง  ยังไม่ทันได้จูบเลย...ตาคมดุพราวระยับเมื่อมองไปที่กองจานขนาดย่อมๆ  หึๆ ถ้ามันแตกหมด ก็ไม่ต้องล้างใช่มั้ย  ....ช่วยไม่ได้นะ  ก็มันเป็นอุบัติเหตุนี่นาทุกอย่างบังคับให้เทมคนเดิมต้องกลับมาเองนะจียง  เทมก็แค่...ทำอะไรเพื่อตัวเองบ้าง  หึๆ 

                ............................................................

                .........................................................................

                “ผ้าห่มมันขาดอยู่ผืนนึงนี่ไอ้เบ็ก”

                “เออว่ะ   อืมมม  กูก็ว่ากูเตรียมมาครบแล้วนะ เกินด้วยซ้ำ นี่ไอ้แทบินกับจินฮวานก็ไปนอนบ้านโน้น ขาดได้ไง”  เพื่อนตัวเล็กของเท็ดดี้รื้อผ้าห่มกองโตอีกครั้ง  เตรียมมาเกินจริงๆนะหายไปไหนวะ

                “มีอะไรเหรอฮะคุณอา”

                “ผ้าห่มมันขาดไปผืนนึงน่ะ”

                “อืมม.....”  จียงหันๆไปหาคุณพ่อ  ท่าทางมีพิรุทชอบกลแฮะ  พ่อคงไม่ได้เอาผ้าห่มที่เหลือไปซ่อนหรอกนะ

                “เอางี้ฉันกับเมียฉันห่มด้วยกันก็ได้  พวกนายก็ใช้กันคนละผืน”  คุณควอนรู้ว่าจียงคงดูออกเลยโชว์สปิริท  เล่นบทผู้เสียสละไป  หึๆ 

                “ไม่ได้หรอกครับคุณพี่  เดี๋ยวผมกับไอ้เบ็กใช้ด้วยกันก็ได้” 

                “เอางี้ดีกว่าฮะคุณอา  ผมกับเทมใช้ด้วยกันก็ได้” 

                “ไม่ได้นะ!”  นั่นไง คุณควอนค้านเสียงดังทันที พ่อจงใจแกล้งเทมแน่ๆ ใช้ล้างจานแล้วยังจะให้นอนหนาวๆอีกเหรอ

                “ทำไมล่ะฮะ  ผ้าห่มมันเล็กนิดเดียวเอง  เกรงใจคุณอานะฮะ  ผมกับเท็มไม่เป็นไรหรอก”

                “......”  หึ่ย ผิดแผนชะมัด  กะดูซะหน่อยว่าไอ้หนุ่มนั่นจะทำไง  ทำไมกลายเป็นอย่างงี้วะ  ลูกชายเค้านี่ก็เหลือเกินจริงๆ  น่าหงุดหงิดที่ภรรยาของเค้าเอาแต่อมยิ้ม  คงสมน้ำหน้าเค้าอยู่สิท่า

                “เพล้งงง!!!! 

                “เทม!! / ซึงฮยอน!!” เสียงของแตกดังสนั่นจนทุกคนต้องสะดุ้ง  แน่นอนว่าเท็ดดี้กับจียงไปถึงก่อนใครเพื่อน

                .....................................

                “เป็นไรมั้ยลูก” 

                “เทมไม่เป็นไรนะ”

                “ไม่เป็นไรฮะ  คือ...มันลื่นอะผมไม่ได้ตั้งใจ”  หน้าตาสลดของซึงฮยอนทำเอาเท็ดดี้ใจจะขาด  โถ่ลูก

                “ไม่เป็นไรลูก  มันเป็นอุบัติเหตุนี่นา  ไหนดูซิหนูเจ็บตรงไหนรึเปล่า”  เท็ดดี้จับมือลูกชายมาพลิกดูสีหน้ากังวล  คุณควอนมองอย่างหมั่นใส้...มันต้องเป็นแผนแน่ๆ  ไอ้ตัวแสบจานบ้าอะไรจะแตกทั้งกองแบบนี้แถมยังไม่ได้ล้างเลยซักใบ  แผนสูงจริงนะ

                “ไม่เป็นไรฮะ  เดี๋ยวผมเก็บเอง  ทุกคนเข้าไปข้างในเถอะฮะ  ตรงนี้หนาวจะตาย”

                “เดี๋ยวจียงช่วยเก็บนะ”  คนตัวเล็กนั่งลงเก็บเศษจาน  แตกทุกใบเลยแฮะ

                “ระวังบาดมือนะลูก เดี๋ยวป๋าจัดการที่นอนเองนะหนูจียงช่วยซึงฮยอนไปละกัน”

                “ฮะ” 

                ทุกคนทยอยกันเข้าไปข้างในแล้ว  ตอนนี้ก็เลยเหลือสองคน  หึๆ  missioncomplete  ขอโทษทีนะครับคุณพ่อตา 

                “ไม่บาดตรงไหนแน่นะเทม”

                “ไม่คับ”  จะโดนได้ไง เค้าโยนจานทั้งกองมาตั้งไกล กระเด็นยังไงก็ไม่โดนบาดหรอก

                “นั่นสินะ  จะโดนได้ไง เทมตั้งใจโยนขนาดนั้น”

                “...เอ่อ”

                “พ่อคนแผนสูง  สารภาพซะดีๆ”

                “แหะๆ  ก็แค่เทมอยากให้จียงออกมาหาอะ...”

                “แล้วก็จะได้ไม่ต้องล้างจานด้วยใช่มั้ย”

                “แหะๆ  แฟนใครนะเก่งจังเลย  เดาถูกด้วย” ดูซิ  ประจบเข้าไปไอ้ลิงเผือกเอ้ย  เห็นหน้าสลดเว่อขนาดนั้นก็รู้แล้ว

                “ไม่ต้องมาปากหวานเลย  ระวังตัวให้ดีเถอะ  เดี๋ยวจะโดนพ่อเล่นคืน”

                “เอาน่า  แค่ตอนนี้ได้อยู่กับจียงก็พอแล้ว  ถึงตอนโดนแกล้งค่อยว่ากันอีกที”

                “จ๊ะ  จะคอยดู” หมั่นใส้จริงๆ

                ...................................................................................

                ...................................................................

                ........................................

                หึๆ  เป็นไงล่ะ คราวนี้จะแก้เกมยังไงอีก ตอนนี้ไอ้ลิงยักนั่งตาละห้อยอยู่ที่อีกฝั่งของห้อง  เพราะผ้าห่มที่หายไปกลับมาอย่างมหัศจรรย์  ทุกคนเลยมีผ้าห่มกันครบ  เกินด้วยซ้ำ..อย่างที่อาเบ็กกี้บอก   ที่นอนถูกจัดแยกกันอย่างชัดเจน  สงสัยจะตามคำบัญชาการของพ่อเค้าแน่ๆ  ฝั่งนี้เป็นของพวกเรา  ส่วนครอบครัวเทมอยู่ฝั่งโน้น  เก็บเศษจานเสร็จเข้ามาก็มีเขตแดนกันชัดเจนแบบนี้พร้อมกับรอยยิ้มของพ่อเค้ารออยู่

                “งั้นผมปิดไฟแล้วนะ ราตีสวัสฮะ”  เสียงหงอยๆของเจ้าลิงยักถามความเห็นทุกคน  ก่อนจะลุกขึ้นไปปิดไฟตามมาด้วยความมืดสนิท  ไม่มีแม้แต่ไฟจากข้างนอกเลยทีเดียว

                “.............”

                “ป๋า  ทำไมไม่ปูที่นอนให้เรานอนติดกันล่ะฮะ”  ลูกชายกระซิบกระซาบกับคุณป๋าทันที  เผลอแป็ปเดียวอดนอนข้างกันเลยอะ

                “ไอ้ซึงฮยอน  นี่อา ป๋าแก่นอนฝั่งโน้น”  เสียงอาเบ็กกี้ดังฝ่าความมืดมา  อ้าว..ตอนก่อนปิดไฟนี่มันที่ป๋าไม่ใช่เหรอ

                “แล้วอาเบ็กกี้มานอนอะไรตรงนี้ล่ะฮะ  นี่มันที่ป๋านะ”

                “กูจะนอนกลางทำไม”

                “.........”คุณหลานถอนหายใจเซ็งๆ  โถ่ อย่างงี้ก็คุยกับป๋าไม่ได้อะดิ เดี๋ยวฝั่งโน้นได้ยิน    อะ....นึกออกแล้ว  ร่างสูงลุกขึ้น ลากที่นอนไปอีกฝั่งกลายเป็นตอนนี้เท็ดดี้เป็นคนนอนกลางแทน  เบ็กกี้ได้แต่ฟึดฟัดในความมืด  แต่ไม่มีใครสนใจเท่าไหร่


                “ป๋า....” เสียงกะเง้ากะงอดของลูกชายดังมา..รู้น่าว่าไม่พอใจ  แต่ทำไงได้อะลูกชาย  ตอนนี้เราเป็นรองอยู่นะ

                “ชูววว  นอนลงได้แล้วลูก  คืนเดียวน่า นอนกอดมาหลายเดือนแล้ว  อดทนๆ”เห็นเงาลางๆว่ายังนั่งอยู่ เท็ดดี้เลยดึงให้นอนลง 

                “...................”

                “นอนนะ  เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ดีเอง  หลับตาๆ” มือใหญ่ตบเบาๆที่หัวลูกชาย

                “..................”  โห่ นอนห่างกันไม่ถึงสามเมตร  แต่ทำอะไรไม่ได้เลยมันน่าหงุดหงิดนะ  จะหลับลงได้ยังไงเล่า

                “ฟังนิทานมั้ย”

                “ป๋าอะ  ผมไม่ใช่เด็กนะ”

                “โอเค งั้นผู้ใหญ่ก็ต้องรู้จักอดทนเป็นเข้าใจมั้ย  แค่คืนเดียวเอง ป๋าสัญญาพรุ่งนี้หนูจะได้นอนกอดหนูจียงแน่นอน  หลับตานะ” มือของคุณพ่อลูบแก้มลูกชายกล่อมให้หลับ

                “ฮะ”  อดทนๆๆๆๆๆ จะต้องอดทนไปถึงเมือ่ไหร่เนี่ย  ตาคมดุหลับลงแม้คิ้วจะยังผูกกันแน่น 

                ............................................................

                .......................................

 

                ความเงียบทำไมมันดังขนาดนี้นะ  ซึงฮยอนนอนไม่หลับอยู่ดี  ทั้งแปลกที่ ทั้งไม่คุ้นที่นอนคนเดียวแบบนี้ จะกอดป๋าก็กระไรอยู่ พอตาปรับเข้ากับความมืดได้ ทุกอย่างมันดูน่ากลัวเหมือนกันแฮะ หลังคาที่ไร้ฝ้าเพดาน ไหนจะช่องลมที่มองเห็นข้างนอกอีก ถ้าเกิดมีตาโผล่อยู่ตรงนั้นทำไงเนี่ย....คิดได้อย่างงั้นเลยต้องเอาผ้าห่มคลุมโปงจนมิดหัว

                “................”

                “อุ๊บบบ”  ก่อนจะรู้สึกเหมือนมีอะไรมาอุดที่ปาก  มือใหญ่รีบเปิดผ้าห่มออกทันทีด้วยความตกใจ  แต่ก็ต้องโล่งอกที่เป็นคนที่เค้าคิดถึงอยู่นั่นเอง  คนตัวเล็กจุ๊ที่ปากไม่ให้อีกคนส่งเสียง

                “อดทนหน่อยนะ”  เสียงกระซิบที่แทบไม่ได้ยิน  แต่ก็ชัดเจนนักเมือ่เทียบกับความเงียบรอบตัว

                “คับ”

                “หลับได้แล้วนะ” เสียงกระซิบบอกอย่างงั้นก่อนที่ปากเล็กๆจะจุ๊บเบาๆที่ปากของอีกคน  แล้วกลับไปนอนที่ตัวเองอย่างเงียบเชียบ

                “..............”  นิ้วเรียวแตะที่ปากของตัวเอง  กอ่นจะยิ้มออกมา....ง่วงขึ้นมาเลยแฮะ   นางฟ้ามาโปรดแท้ๆ 

 

                “..............”เท็ดดี้ยิ้มกับตัวเอง  หึๆ  นึกว่าจะอาการหนักคนเดียว  ที่แท้ก็ทั้งคู่  แบบนี้คงหลับลงซะทีนะลูกชาย  เห็นยุกยิกๆอยู่นานแล้ว

 

                “...............”คุณควอนได้แต่ปลง  ห่างกันไม่ได้เลยนะ  หึ่ม..ลูกชายเค้านี่ก็ยังไงนะ  จับแยกกันแล้วยังต้องย่องไปให้Goodnight kissกันอีก ถึงจะมืดแต่คิดว่ามันปิดบังทุกอย่างได้รึไงกัน...มันไม่งามนะ(???)ที่ย่องไปหาผู้ชายเค้าอย่างงั้นน่ะ 

 

....................................................................................

.............................................................

 

                เช้าตรู่ของอีกวัน  ในบ้านยังคงเงียบกริบ  ไม่มีใครตื่นซักคน คุณควอนลุกขึ้นมานั่งมองห้องที่มันสลัวเพราะแดดยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ   หึๆ มองไปฝั่งตรงข้ามผ้าห่มสามก้อนมันยังคงนิ่งสนิท   ริมขวาสุดไม่โผล่ออกมาแม้แต่หัวเลยเว้ย...

                คุณพ่อตาลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ  เดินไปหากอ้นผ้าห่มริมขวาสุดก่อนจะใช้เท้าเขี่ย....นิ่ง......อีกสามที.....นิ่ง  วะ....นอนหรือตายวะเนี่ย    นั่งลงเขย่าอีกสามที.....นิ่ง  เขย่าๆ......นิ่ง  หึ่มมม...มือหนาดึงผ้าห่มออกทั้งผืนอย่างไม่ปราณี 

                “อืมมม  จียงอะ...มันหนาวนะ”  ร่างสูงยังคงบิดขี้เกียจอยู่บนที่นอน  ตาคมปิดสนิท

                “ไอ้หนู”   เสียงนี้....คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันก่อนจะลืมตาขึ้นมาดู...ซวยแล้ว  คุณพ่อตานี่หว่า

                “แหะๆ  อรุณสวัสฮะ”

                “อืม  ลุกขึ้นแล้วตามฉันมานี่” คุณควอนหยิบโค้ตแล้วเดินออกข้างนอกไป...หนาวขนาดนี้จะพาไปไหนอะ

                “..............” ควานหาเสื้อแจ็คเก็ตอยู่ครู่นึงก่อนจะตามออกไป  คุณพ่อตานั่งอยู่ที่เก้าอี้สนามหน้าบ้าน  จะแกล้งอะไรอีกป่าวเนี่ย

                “มานี่”

                “ฮะ”

                “อะ  ไปเอาของนี่มาให้หน่อย”  กระดาษถูกส่งมาใส่มือ  อ่า...เป็นแผนที่คร่าวๆ 

                “อะไรเหรอฮะคุณลุง”

                “ไปตามนี้แหละ  บอกว่าฉันให้มาเอา  ฉันบอกเค้าไว้แล้ว  รีบกลับมาด้วยนะถ้าไม่ได้ของมาฉันจะเอาจียงคืน”ง่ะ  ..โหดร้าย

                “ฮะ” ว่าที่ลูกเขยรับคำกระตือรือร้นก่อนจะรีบเดินออกไปจากเขตบ้าน

                “หึๆ  หาทั้งวันก็ไม่เจอง่ายๆหรอกไอ้หนู....” 

                .............................................................................

                .............................................................................................

 

                ร่างสูงเดินลัดเลาะตามซอยเล็กๆของหมูบ้านตามแผนทีไป  จะให้ไปเอาอะไรนะเช้าขนาดนี้  ...อ่า เจอต้นไม้ใหญ่เลี้ยวขวา....ตรงไปจนสุดซอย บ้านหลังสุดท้ายขวามือ....

                มีบ้านจริงๆด้วยแฮะ เป็นบ้านชั้นเดียวคล้ายๆกับที่พวกเราพักอยู่เลย...อืมมม  เหมือนไม่มีคนอยู่เลยแฮะ ร่างสูงมองหาออดหน้าบ้าน...ก่อนจะนึกได้ว่ามันจะมีได้ยังไง  เลยตัดสินใจเดินเข้าไปซะเลย

                “หวัดดีฮะ  มีใครอยู่รึเปล่า  คุณลุงควอนให้ผมมาเอาของน่ะฮะ” 

                “.................”

                “เฮลโหลลล”

                “มาหาใครไอ้หนู...” ชายสูงวัยท่าทางเอาเรื่องเดินออกมาจากประตูเก่าๆ

                “คือคุณลุงควอนให้ผมมาเอาของน่ะฮะ”

                “อ่อ  รอเดี๋ยว”... ชายคนนั้นเดินกลับเข้าบ้านไปก่อนจะออกมาพร้อมกระดาษแบบเดียวกันที่เค้าได้จากคุณลุง...

                “อะ  ไปตามนี้ ของที่ฝากไว้  มันอยู่ที่นั่น ฉันนึกว่าจะยังไม่มาเอาเลยยังไม่ได้ไปเอามาไว้ให้น่ะ”  ชายสูงวัยกล่าวอย่างงั้น   โอเค แผนทีอีกแล้ว ชักสังหรณ์ใจว่าจะโดนเล่นอีกรึเปล่า แต่คงไม่มั้ง...อย่างน้อยคุณตาคนนี้คงไม่โกหกหรอก

                “ขอบคุณฮะ  แล้วมันไกลรึเปล่าฮะ”  จากแผนที่แล้ว มันบอกระยะทางไม่ได้เลยแฮะ

                “ไม่ไกลหรอก  ไปตามนี้แหละ”

                “ฮะ” 

                .......................................................................................

                ............................................................

                “เอ้า สายแล้ว  ตื่นๆๆๆ” คุณควอนกลับจากการเดินเล่นไล่ปลุกทุกคนจากการหลับสบายในผ้าห่ม

                “ฮ้าวววว”  เบ็กกี้ยืดตัวไปมาในผ้าห่มอย่างเกียจคร้าน

                “ไปๆล้างหน้าแปลงฟันได้แล้ว  สายมากแล้วนะ วันนี้เรามีเรื่องต้องทำอีกเยอะ” เท็ดดี้กับเบ็กกี้ทยอยกันลุกขึ้นอย่างไม่อิดอดเท่าไหร่  น่าแปลกแฮะ

                “..........”จียงตื่นมานั่งขยี้ตา  เจ้าลิงหายไปไหนเนี่ย

                “อรุณสวัสครับคุณพี่” 

                “อืม  ไปจัดการเรื่องของนายได้แล้วไป  เดี๋ยวไม่ทัน” คุณควอนสั่งสองเพื่อนซี้

                “คับคุณพี่”

                “คุณอาเทมไปไหนล่ะฮะ”

                “นั่นสิไปไหนนะ” 

                “ฉันใช้ไปเอาของน่ะ “

                “อ่อฮะ”  เท็ดดี้รับรู้ก่อนจะเดินออกไปล้างหน้าแปลงฟัน  อ่า..วันนี้จะต้องเป็นวันดีๆอีกวันนึงแน่ๆเลย  อากาศสดใส....

               

                .................................................................................

                .............................................................

                ซึงฮยอนเดินมาจนถึงป่ารกๆที่มีทางเดินปูด้วยหิน....ทำไมไกลอย่างงี้เนี่ย  แถมป่านี่ก็เงียบชะมัด มีคนอยู่จริงเหรอเนี่ย

ซึงฮยอนเดินอย่างระแวง  ชาวบ้านที่อยู่แถวนั้นมองเค้าแปลกๆอีกแล้ว อึดอัดได้อีกอะ...เฮ่อออ เกิดเป็นชเวซึงฮยอนนี่ไม่ได้สบายเลยนะเนี่ย.....

                พอพ้นเขตป่ารกๆก็เจอบ้านสองสามหลังที่ตั้งห่างกันบนเนินหญ้า แล้วมันหลังไหนกันล่ะเนี่ย...ตามแผนที่มันไม่ได้บอกนี่  อ่ะ  มีชื่อเจ้าของบ้านบอกไว้  ...บ้านคุณลุงยาง....

                “เอ่อ  ขอโทษฮะ  บ้านคุณลุงยางหลังไหนฮะ” เค้าตัดสินใจถามชายชราที่ขุดดินอยู่แถวๆนั้น 

                “......ยางฮยอนซอกเรอะ  แกมาหาผิดคนแล้ว  ฉันไม่บอกหรอก หึ”  ชายชราบอกเสียงสะบัด  ท่าทางจะไม่ถูกกันแฮะ  หรือคิดอีกแง่..คุณลุงยางอาจจะไม่เป็นมิตรเท่าไหร่  ....เอาแล้วไง ทำไงดีเนี่ย

                “แกเป็นพวกของมันเรอะ”

                “เปล่าฮะ  คือผมถูกใช้ให้มาหาอีกที”

                “หึๆ  อย่ามาหลอกให้ยากเลย  แกไม่ใช่คนแถวนี้นี่  แกเป็นพวกมันแน่ๆ”  ซึงฮยอนล่ะหัวหมุนกับชายตรงหน้าเหลือเกิน  เค้าพูดอะไรของเค้านะคุณลุงคนนี้

                “เฮ้ยจินอูแกคุยกับใครวะ”  ชายชราอีกคนเดินมาพร้อมถังในมือ

                “ไม่รู้ว่ะ  มันวมาตามหาไอ้ฮยอนซอก”

                “ตามหาทำไมวะ  หรือแกพวกเดียวกับมัน”

                “เอ่อ...”  งานเข้า..ฮืออออ  คุณลุงฝากของไว้กับใครเนี่ย  เริ่มไม่น่าไว้ใจ

                “เฮ้ย  พวกแก ล้ำเขตไร่ฉันอีกแล้วนะ” ชายสูงอายุ  หน้าค่อนไปทางเหลี่ยมๆหน่อยตะโกนข้ามเนินดินกว้างๆนี้มา

                “เอาอีกแล้ว  บอกกี่ที่แล้วว่านี่มันที่ของฉัน”  ชายชราสามคนถกเถียงกันใหญ่  ง่ะ เค้าควรจะทำยังไงกับคนพวกนี้ดีวะเนี่ย 

                “ของฉันต่างหาก  ไร่แกมันฝั่งโน้น  บอกไม่เคยจำเลยนะ  แกอีกคนซึงฮวาน  ช่วยคู่หูแกจำด้วยว่าไร่มันอยู่ตรงโน้น” 

                “จินอู  แกจำผิดเหรอวะ”

                “ฝั่งนี้ของฉัน” 

                “ฝั่นโน้นต่างหาก”

                “เอ่อ  ขอโทษฮะคือ...” 

                “อะไร!!   ทั้งสามคนหันมาถามซึงฮยอนเสียงห้วน  แถมหน้าตาแต่ละคน  จะฆ่าเค้าทิ้งหมกไว้แถวนี้มั้ยเนี่ย  ฮือออ ป๋าช่วยด้วย...

                ...................................................................................

                ..............................................................

                กว่าจะได้มนั่งคุยกันดีๆในบ้านก็เล่นเอาใจหายใจคว่ำ  แถมตาลุงสองคนที่ทะเลาะกันอยู่เมื่อกี้ยังตามมาด้วยอีกแหน่ะ  กดดันอะ

                “ว่าไง   มีธุระอะไร”

                “คือ  คุณลุงควอนใช้ผมมาเอาของที่ฝากไว้น่ะฮะ”

                “อ๋อ  แกเรอะไอ้หนูเทมอะไรนั่น”

                “ฮะ”

                “หึๆ”  ชายชราสามคนหัวเราะพร้อมๆกัน ทำเอาขนที่หลังคอของซึงฮยอนตั้งชันขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้เลยแฮะ

                “...........”

                “ตามมา”

                ชายชราสามคนดูเหมือนจะสามัคคีกันขึ้นมาแล้วแฮะ  โอเคอย่างน้อยก็ไม่ทะเลาะกันแล้ว  แต่จะพาเค้าไปไหนนะ...

ซึงฮยอนเดินตามมาจนถึงไร่กว้างๆ  ที่ไม่มีอะไรเลย

                “เค้าบอกให้นายหาเองน่ะ  ฉันฝังไว้แถวนี้แหละ จำไม่ได้ว่าตรงไหนว่ะ  เอ้าจอบ” จอบที่ซึงฮยอนเพิ่งเคยเห็นของจริงเป็นครั้งแรกถูกส่งมาให้  คุณลุงยางยิ้มเย็นๆมาให้เค้า 

                “............”  ง่ะ แล้วมันจะอยู่ส่วนไหนของไร่เนี่ย หมดแรงตั้งแต่ยังไม่เริ่มหาเลยทีเดียว... ชายชราสามคนยืนมองด้วยแววตาสนุกสนานจนซึงฮยอนรู้สึกขนลุกอีกแล้ว  คนพวกนี้น่ากลัวชะมัดเลย

                .........................................................

                ......................................................................

 

                “พ่อใช้เทมไปไหนฮะ  ทำไมยังไม่กลับมาอีกเย็นป่านนี้แล้ว”

                “เอาน่า  พวกเราไปกันได้แล้ว  เดี๋ยวเค้าก็ตามไปสมทบทีหลัง”  คุณควอนเดินนำทุกคนออกไปนอกบ้าน  จียงไม่อยากจะตามไปเท่าไหร่  พ่อแกล้งอะไรเทมอีกรึเปล่าเนี่ย  หายไปทั้งวันเลย  แล้วนี่ยังชวนทุกคนออกไปเดินเล่นอีกแล้ว   แล้วเทมจะไปสมทบจริงๆน่ะเหรอ...ไม่น่าไว้ใจเลยแฮะ

                “.....ไปกันเถอะหนูจียง” 

                “ฮะ”คุณป๋าของเทมแตะที่ไหล่ให้เดินตามทุกคนไป  คุณอาไม่ห่วงเทมหรือไงนะ

 

                .......................................

                ................................................................

                ...............................................................................

               

                “เย้!!!  เจอแล้ว หลังจากสุ่มหาจากร่องรอยใหม่ๆของดินที่ถูกขุด  ตอนนี้ก็เจอของที่ว่าแล้ว   เฮ่อออ ...เกือบจะมองไม่เห็นแล้วเนี่ย เย็นป่านนี้แล้วเหรอ ถึงว่าสิ..รุ้สึกหิวๆแฮะ

                “เจอแล้วเหรอ  หึๆ” ชายชราสามคนที่นั่งเฝ้าเค้าหาโดยไม่ช่วยอะไรเลยถามขึ้น 

                “ฮะ...แล้ว  ผมจะกลับไปที่บ้านได้ยังไงเนี่ย”  มือใหญ่ปัดเศษดินตามกางเกงออก  ตอนนี้มือเค้าแตกไปหลายรอยเพราะจอบบ้านั่นแท้ๆ

                “เดี๋ยวจะพาไป  หยิบของนั่นตามมาแล้วกัน”  ชายที่ถูกเรียกว่าจินอู  ชี้ไปที่กล่องไม้ที่เพิ่งขุดเอาขึ้นมาหมาดๆ

                ..................................

                ...................................................

                ทางเดินในป่าเริ่มมิดแล้ว  ตอนนี้อาศัยแสงจากไฟฉายของชายชราสามคน  ซึงฮยอนถือกล่องไม้ในมือแน่น  อดจะระแวงไม่ได้  ก็สามคนนี้แอบซุบซิบอะไรกันบางอย่าง..นั่นทำเค้ากลัว....

                “ไอ้หนู...” ซึงฮวานหันมาเรียก  ทำเอาเด็กหนุ่มตกใจจนสะดุ้ง

                “เปิดกล่องออก  เอาของข้างในออกมา”....ห๊ะ  หรือว่านี่คือการปล้น.....ทำไงดีอะ

                “เอ้า  เร็วเข้า เอาออกมาแล้วเดินตามมานี่”  ซึงฮยอนทำตามอย่างเสียไม่ได้ แต่สามคนนั้นก็ยังเดินมุ่งหน้าเข้าไปในป่าเรื่อยๆ



                “............”  แต่ภาพตรงหน้าทำเอาต้องหยุดชะงัก  ......นี่เค้าหลับอยู่รึเปล่านะที่ออกมาทั้งวันนี่เค้าฝันอยู่แน่ๆเลยใช่มั้ย............

               

                คบเพลิงถูกจุดโดยใครก็ไม่รู้ แต่นั่นมันทำให้มองเห็นหญ้าเตียนๆสีเขียวกว้างขวางริมทะเลสาบที่ดำสนิท อาจจะเพราะมันเป็นน้ำเข็งไปแล้วถึงได้ดูนิ่งยิ่งกว่าปกติ   เหนือสิ่งอื่นใด  พอเดินมาถึงกลางลานสีเขียวนี่  โปรเจคเตอร์ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่  คงจะเท่าที่พอขนมาได้...ฉายภาพของเมื่อวานตอนทำกับข้าวตอนเย็น...มีตอนที่เค้าสะดุ้งโหยงเพราะปลาด้วยแฮะ...  แล้วตัดไปตอนจียงกับเค้ากำลังถ่ายรูปกันอยู่ที่รั้วไม้ที่บ้านญาติพี่จินฮวาน.....

                ภาพถูกฉายไปเรื่อยๆ....มันตรึงให้ร่างสูงหยุดนิ่งเหมือนโดนแช่แข็ง   ภาพที่ถ่ายกันไปเมื่อวานถูกทำเป็นสไลด์  ก่อนจะหยุดลงที่ โฮมวีดีโอเมื่อหลายเดือนก่อน...ที่บ่อปลาคราฟ...วีดีโอที่ถ่ายโดยแก๊งชายโสด...ปากบางยกยิ้มเมือ่ตอนจบของวีดีโอจียงกำลังตีเค้าไม่ยั้ง...ไอ้คนกะล่อน...หึๆ  เค้าถูกด่าว่าอย่างงั้น.....ก่อนที่ภาพจะตัดไปอีกครั้ง  เป็นภาพของคุณป๋าสุดเท่ของเค้านั่นเอง

               

                “ซึงฮยอน  ป๋าจะพูดอะไรดีนะ  ....อ่า อันดับแรก ป๋าเคยบอกแล้วว่าหนูคือลูกชายที่ป๋าภูมิใจ นี่เป็นความสำเร็จอีกอย่างของหนูนะ mission complete ma boy วันนี้เป็นวันที่ดีจริงๆนะ ป๋าบอกแล้วว่าวันนี้ป๋าสัญญาว่าหนูจะได้นอนกอดหนูจียงแน่นอน..”  ป๋าของเค้ายิ้มสดใสก่อนจะตัดไปที่........

 

                “หวัดดีจ๊ะเทม  เหนื่อยหน่อยนะ จียงเป็นเด็กดื้อ แต่แม่ว่าเทมคงกำหราบเด็กดื้อได้อยู่แล้วล่ะ  ดูแลเด็กดื้อของแม่ด้วยนะ”  คุณแม่ของจียงอยู่ในโปรเจคเตอร์  ข้างๆเป็นคุณลุง...ถ่ายที่บ้านญาติพี่จินฮวานนี่นา  ด้วยเกียรติทั้งหมดของผมเลยฮะ  ผมจะดูแลลูกคุณแม่อย่างดีเลย....

 

                “ไอ้หนู  ฉันต้องยอมรับว่านายมันแน่  หึๆ ความจริงฉันก็ยกจียงให้นายตั้งแต่นายบอกว่าทนรอไม่ได้แล้วแหละ  ...แต่ไม่ว่ากันนะ  ที่ผ่านมาถือว่ารับขวัญลูกเขยแล้วกัน   วันนี้คงเหนื่อยล่ะสิท่า...ของที่ให้ไปหามาอะ  ยกให้นะเป็นของขวัญ  ต่อไปอย่าเรียกฉันว่าคุณลุงนะ.ฟังดูห่างเหินว่ะ ฝากลูกชายพ่อด้วยนะอย่าเที่ยวขอเบอร์สาวไปเรื่อยล่ะ” ซึงฮยอนมองของในมือ  ก่องเหล็กเก่าๆ  ข้างในเป็นแหวนคู่  สวยกว่าที่เค้าให้จียงซะอีกแหน่ะ....       ภาพตัดไปอีกครั้งจนต้องเงยหน้าขึ้นไปดู

 

                “ไอ้หลานชาย...”  อาเบ็กกี้กับอาแทบินนั่นเอง  มีพี่จินฮวานยืนอยู่ข้างหลังด้วย

                “งานนี่แกกับป๊ะป๋าของแกทำพวกฉันเหนื่อยมากนะให้เวลาสามวันแต่จะเอาโน่นเอานี่เต็มไปหมด..  แกต้องลงละครเรื่องหน้าให้ฉันนะเว้ยไอ้รูปหล่อ...ฝากไปบอกไอ้เท็ดด้วยว่าโบนัสปีนี้ฉันขอสองเท่านะ  ช่วยขนาดนี้แล้วถ้าแกทำจียงเจ็บล่ะก็  เจอดีแน่ๆหลานชาย”

                “ยินดีด้วยนะเจ้าหลานทำสำเร็จแล้ว   ...บอกแล้วว่าความอดทนไม่สูญเปล่าหรอก...ทั้งหมดนี่ถือว่าเป็นของขวัญจากพวกอาแล้วกันนะ” คุณอาสุดหล่อบอกยิ้มๆ อย่างรู้กัน

                “คุณหนู  ยินดีด้วยนะครับ  หุหุ จริงๆแล้วผีไม่มีหรอกนะฮะ ไม่ต้องกลัว..พี่ล้อเล่น”

                “เอ้า  ยืนยิ้มอยู่นั่นแหละ  หันหลังไปสิไอ้หลานชาย” ภาพหยุดลงแค่นั้นก่อนที่ร่างสูงจะหมุนตัวกลับไปอย่างลังเล....อ่าเค้าโดนแกล้งจริงๆด้วยสินะวันนี้...

                จียงยืนยิ้มอยู่ห่างจากเค้าไปแค่ไม่ถึงเมตร  ทำไมคนตัวเล็กน่ารักได้ขนาดนี้นะวันนี้..

                มองข้ามไหล่เล็กไป....ทุกคนในวีดีโออยู่กันครบเลยแฮะ  ทำไมวันสำคัญอย่างงี้เค้ายังใส่ชุดนอนอยู่คนเดียวเนี่ย...

                “เทม...”  เสียงเล็กๆเรียกให้ต้องหันมาสนใจคนตรงหน้า....

                “ครับ”

                “จียงเคยบอกรึเปล่าว่ารักเทมที่สุดเลย...”

                “เคยสิ.....................”

                “แล้วเทมล่ะรักจียงรึเปล่า”

                “รักสิครับ  ทำไมจะไม่รักล่ะ”  ให้ตาย เค้าหุบยิ้มไม่ได้เลยแฮะ ตามคมสวยเป็นประกายเล่นกับแสงไฟจากคบเพลิงรอบๆ  ทำตัวไม่ถูกเอาขึ้นมาดื้อๆเลยทีเดียว

                “รักแล้วทำไมไม่ให้คุณป๋ามาขอซักทีล่ะ”

                “.....................”

                “จียงรอไม่ไหว...เลยต้องพาพ่อมาขอเทมแล้วเนี่ย”

                “..................”  อ่า  เสียงเค้าหายไปไหนหมดนะ  ....ทำไมในหัวมันขาวโพลนไปหมดเลย...

                “อยู่ด้วยกันตลอดไปนะ” คนตัวเล็กเขย่งขึ้นจุ๊ปปากบางที่มันยิ้มไม่หุบ

                “..................อ่อก”  จะเป็นลม...นี่ใช่มั้ยที่เค้าเรียกกันว่าความสุขว่าความสุข 

                ความรักของเราอาจจะไม่ได้ดีพอสำหรับคนอื่นๆ  แต่มันก็พอดีแล้วสำหรับเราสองคน....

 

 

 

                EnD

 

Talk:  จบแล้วสำหรับสเปเชียล^^ หวังว่าคงสร้างความสุขให้หลายๆคนได้บ้านอะเน้อ...   ปลายปีก่อนคลิสมาสและปีใหม่แบบนี้  ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆนะจ๊ะ.. ปาตี้คงกำลังรออยู่  ยังไงก็รักษาสุขภาพกันด้วยนะ^^  

ตอนนี้มีสองสามเรื่องที่เขียนค้างไว้  รอหน่อยนะจ๊ะ..พักนี้งานมันโหมกระหน่ำเหลือเกิน..ยิ่งสัปดาห์นรกที่เพิ่งผ่านพ้นไป  ยังไม่ทันได้หายใจหายคอเลย  ..จบโปรเจคที่แล้วก็ต่อโปรเจคใหม่ทันทีเลน..งืมม  อาจารย์ไม่ถามความเห็นของพวกเราเลยง่ะ  รีสอร์ท24ไร่ รออยู่  เหอๆ  เดืออตั้งแต่ยังไม่เริ่มตรวจแบบเลย...แต่ว่าการแต่งฟิกก็เป็นการผ่อนคลายอีกทางของเราล่ะ 555  แอบบอู้งานบ่อยเลย  เอาเป็นว่าจะพยายามแต่เรื่องๆต่อไปให้จบจะได้เอามาอวดทุกคนกัน  หุหุ

ขอบคุณทุกการติดตามอีครั้งนะจ๊ะ  มันเป็นกำลังใจที่ดีมากเลย  งานเยอะ  ยังไม่นอนยังไง  เราก็มีอารมอัพฟิกได้แม้ตอนนั้นมันจะกี่โมงก็ตาม  ที่นี่เหมือนเป็นห้องนั่งเล่นของเราเลยอะ  พักผ่อนแล้วสบายใจดี...^^แล้วเจอกันหใม่นะจ๊ะ  รักทุกคนะเลย  จุ๊บๆ...

 

ปล.อาจมีการหยิบช่วงชีวิตบางตอนของลิงเผือกกับทอมแคระมาเล่าสู่กันฟังอีก..ยังไงรอติดตามนะจ๊ะ^^ 

 

edit @ 21 Dec 2009 17:54:12 by DMP